ประวัติที่น่าสนใจของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

ประวัติที่น่าสนใจของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่

ประเทศจีนดินแดนแห่งมังกร มีพื้นที่บกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีพื้นที่โดยรวมทั้งหมดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 หรือ 4 ของโลก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอ้างสิทธิ์ของจีน ความเป็นมาเริ่มจาก Mao Zedong ได้ประกาศเพื่อทำการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จัตุรัสTian anmen ใช้การปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ตอนนั้นการสู้รบในสงครามกลางเมืองของจีนสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1949 พรรคคอมมิวนิสต์ได้เข้ามาปกครองจีน ส่วนพรรค Kuomintang ต้องถอนกองกำลังไปยังเกาะไต้หวัน ในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1949 จึงทำให้ Mao Zedong ได้ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ จีนคอมมิวนิสต์ หรือ จีนแดง ซึ่งไทยเราคุ้นเคยในชื่อนี้เป็นอย่างดี

จากแผนเศรษฐกิจและสังคมของจีนคอมมิวนิสต์ เรียกว่านโยบายก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ก่อให้เกิดผู้เสียชีวิตประมาณ 45 ล้านคน ใน ค.ศ. 1966 Mao Zedong ร่วมกับพันธมิตรทางการเมืองได้ทำการปฏิวัติในเรื่องของวัฒนธรรม ซึ่งใช้เวลายาวนาน จนกระทั่ง Mao Zedong เสียชีวิตลงในอีกหนึ่งทศวรรษถัดมา โดยการปฏิวัติทางวัฒนธรรมนี้ ได้รับแรงกระตุ้นมาจากการแก่งแย่งชิงอำนาจภายในพรรค รวมทั้งความรู้สึกกลัวอันมีต่อสหภาพโซเวียต จนเกิดความวุ่นวายขนาดใหญ่ในสังคมจีน ใน ค.ศ.1962 อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพโซเวียตดิ่งลงเหวจนถึงขีดสุด

ต่อมา Deng Xiaoping ได้ทำการแย่งชิงอำนาจจากทายาทซึ่งจะมาสานต่อในเรื่องของการเมืองตามที่ Mao Zedong วางตัวไว้นั่นก็คือ Hua Gaofeng อย่างฉับพลัน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ขึ้นเป็นผู้นำแห่งรัฐอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว Deng Xiaoping ก็เป็นผู้นำสูงสุดของจีน ณ เวลานั้น จากอิทธิพลของเขาได้นำพาประเทศไปสู่การปฏิรูปทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ

หลังจากนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ก็ได้ลดหย่อนความตึงเครียด ในการควบคุมชีวิตของประชาชน อีกทั้งชาวนาจำนวนมากก็ได้รับที่ดินเช่า เพื่อเอาไว้สร้างผลผลิตทางการเกษตรอย่างกว้างขวาง จากการกระทำเช่นนี้ จีนได้เปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจอันมีการวางแผนส่วนกลางกลายมาเป็นเศรษฐกิจแบบผสม หรือแบบตลาดสังคมนิยม อันเป็นรูปแบบเฉพาะของจีนเอง

เพราะฉะนั้น ภายใต้เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนในปัจจุบัน ประธานาธิบดี Hu Jintao และนายกรัฐมนตรี Wen Jiabao จึงได้เริ่มดำเนินการ ในการหยิบเอาประเด็นปัญหาเรื่องของการแบ่งทรัพยากรอย่างเท่าเทียม แต่ก็ยังพบเห็น ชาวนาจำนวนมากกว่า 40 ล้านคน ให้ย้ายออกจากที่ดินของตนเอง จึงทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง เกิดการเดินขบวนประท้วงและเกิดการจลาจลมากกว่า 87,000 ครั้ง ในปี ค.ศ.2005

แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ สำหรับประชากรส่วนใหญ่ของจีนแล้ว ก็เห็นว่ามีการพัฒนาอย่างสูง อีกทั้งยังมีสิทธิ-เสรีภาพมากขึ้น แต่การควบคุมทางการเมืองก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม