ประวัติพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

แม้ประเทศไทยในยุคนี้จะเป็นยุคของประชาธิปไตยแต่ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยก็เคยมีพรรคที่เรียกตัวเองว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอยู่ด้วยเหมือนกันถือว่าในช่วงเวลาดังกล่าวรูปแบบการเมืองของหลายๆ ประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนบวกกับความต้องการขยายอำนาจของลัทธิคอมมิวนิสต์ด้วยนั่นทำให้ประเทศไทยเองก็เคยมีระบบแบบนี้เข้ามาอยู่ในประเทศเหมือนกัน

ประวัติพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย แม้จะไม่เคยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเป็นทางการแต่ในทางปฏิบัติแล้วนี่ก็ถือว่าเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ถือว่ามีอุดมการณ์ในการก่อตั้งที่ชัดเจนนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยการดำเนินตามแนวทางของลัทธิมากซ์, ลัทธิเหมา และลัทธิเลนิน นอกจากนี้ในอดีตยังเคยมี สส. ที่สังกัดจากพรรคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอีกด้วยนั่นคือ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร แต่เดิมพรรคนี้ถูกเรียกว่าพรรคคอมมิวนิสต์สยาม ก่อตั้งขึ้นมาโดยโฮจิมินห์ โดยใช้นามแฝงว่า สหายซุง มีการประชุมแบบลับๆ ครั้งแรกที่โรงแรมตุ้นกี่ หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2473 แต่งตั้ง หลี หรือ โงจิ๊งก๊วก ให้เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก มีตัวแทนสองคนคือ ดัง หรือ เจิ่นวันเจิ่น และ เหล่าโหงว หรือ อู่จื้อจือ มีการก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2485 หลังจากการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพมหานคร มีสมาชิกร่วมก่อตั้ง 57 คน มีจุดมุ่งหมายต้องการสร้างความเสมอภาคในทุกชนชั้น ต่อสู้เพื่อเอาชนะระบบทุนนิยมด้วยวิธีป่าล้อมเมือง

วันเสียงปืนแตก วันที่ต้องจดจำ

วันที่ 7 สิงหาคม 2508 เป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ใช้อาวุธเพื่อโจมตีกองกำลังของรัฐบาลไทยเป็นครั้งแรก พวกเขาเรียกตนเองว่า กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย แต่รัฐบาลเรียกว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เหตุเกิดที่ บ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ อำเภอเรณูนคร นครพนม มีการประกาศยุทธศาสตร์ ต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ ใช้ชนบทล้อมเมือง และยึดเมือง หลังจากวันนั้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยก็ได้ต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาลไทยด้วยอาวุธ จนในยุคแสวงหาเหล่านักเรียนนักศึกษาประชาชนได้เข้าป่าเพื่อต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กระทั่งปี 2523 รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีการออกคำสั่ง 66/23 เป็นการนิรโทษกรรมแก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ ปี 2525 พรรคมีการเจรจากับรัฐบาลไทยยกเลิกการต่อสู้ด้วยอาวุธ ใช้การต่อสู้ทางรัฐสภา นักปฏิวัติหลายคนที่ผิดหวังต่อแนวทางของพรรคโดยมองประเทศจีนเป็นตัวแบบ