ย้อนรอยฮ่องเต้ของประเทศจีนที่เราได้แต่รู้จักผ่านภาพยนต์

ย้อนรอยฮ่องเต้ของประเทศจีน

จีน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเป็นมาอันเก่าแก่ยาวนานอีกแห่งหนึ่งของโลก จากหลักฐานที่ค้นพบ บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีความยาวนานเก่าแก่มากกว่า 5,000 ปี ประเทศจีนในอดีตมี จักรพรรดิจีน เป็นผู้ปกครองประเทศ และ มีจิ๋นซีเป็นจักรพรรดิพระองค์แรก ก่อนจะมีการถือกำเนิดราชวงศ์ฉิน ประเทศจีนได้มีการแบ่งออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ มากมาย โดยในแต่ละแคว้นก็จะมีผู้ปกครองที่เรียกว่า อ๋อง แปลว่า พระมหากษัตริย์ แต่ต่อมาก็ได้มีการรวบรวมแคว้นต่างๆเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว และก่อให้เกิดจักรวรรดิจีน อีกทั้งยังมีการประกาศใช้คำนำชื่อว่า จักรพรรดิหรือฮ่องเต้ นับตั้งแต่นั้นมา

จีนเริ่มการปกครองเหล่านี้จากสมัยราชวงศ์ฉิน ฮ่องเต้ ได้รับการยกย่องในตำแหน่งโอรสแห่งสวรรค์ หรือเปรียบเทียบได้กับการรับอำนาจจากสวรรค์มาเพื่อปกครองประชาชน การสืบทอดตำแหน่งของฮ่องเต้ จะเริ่มจากบิดาไปยังบุตรเป็นตระกูล ตำแหน่งฮ่องเต้ ก็อยู่คู่แผ่นดินจีนมานับพันๆปี โดยเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน มาสิ้นสุดที่ราชวงศ์ชิง เพราะความศรัทธาของฮ่องเต้เริ่มเสื่อม อันมาจากการบริหารบ้านเมืองล้มเหลว นอกจากนี้ยังถูกประเทศต่างชาติเข้ามารุกราน จึงทำให้ประเทศจีนเปลี่ยนการปฏิรูปการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และความเป็นมาของราชวงศ์อันยาวนานได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912

ฮ่องเต้สุดท้ายได้แก่ จักรพรรดิเซี่ยน แต่ท่านไม่ได้รับการนับถือจากราษฎร เพราะฉะนั้นฮ่องเต้องค์สุดท้ายจริงๆก็คือ สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋แห่งราชวงศ์ชิง

สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋แห่งราชวงศ์ชิง ผู้ซึ่งเป็นฮ่องเต้พระองค์สุดท้าย เรื่องราวชีวิตของท่านได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor ท่านเป็นที่รู้จักกันดีของผู้คน ชีวิตของท่านต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศจีน และชีวิตยังต้องพลิกผัน จากบัลลังค์มาสู่สามัญชน เนื้อหาของภาพยนตร์ในเรื่องนี้นำเรื่องราวของจักรพรรดิผู๋อี้ ตั้งแต่สิ้นยุคการปกครองของซูซีไทเฮา ตั้งแต่ช่วงชีวิตในวัยเด็กเพียง 3 ขวบที่ต้องขึ้นมาสืบทอดราชบังลังค์ อาศัยอยู่ในเขตพระราชวังต้องห้าม ตราบจนมาถึงช่วงประเทศถูกปกครองด้วยแมนจูกัว บั้นปลายชีวิตของจักรพรรดิผู๋อี้ ได้อาศัยอยู่อย่างสามัญชนคนทั่วไป โดยสิ่งที่ปรากฏอยู่ทั้งหมดภายในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับการดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีข้อโต้แย้งในเรื่องผิดแต่อย่างใด พอมรสุมแห่งชีวิตผ่านไป ท่านกำลังจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองเสียที แต่ชีวิตของท่านก็ต้องจบลงจากโรคมะเร็งในวัย 62 ปี มีการจัดพิธีเผาศพพร้อมย้ายอัฐิไปเก็บไว้ที่หัวหลงหวงเจียหลิงหยวน มณฑลเหอเป่ย โดยใกล้กับสุสานฉงหลิง นั่นเอง