ประวัติ หู จิ่นเทา ที่น่าสนใจ

หู จิ่นเทา

หู จิ่นเทา เป็นผู้นำคนสำคัญที่สุดของจีนตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2012 เขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2012 และประธานสาธารณรัฐประชาชน 2003 ถึง 2013 และประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง 2004-2012 หูเริ่มอาชีพการเมืองด้วยการเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพรรคจังหวัดกุ้ยโจวและเขตปกครองตนเองทิเบต ต่อมาเลขาธิการคนแรกของสำนักเลขาธิการกลางและรองประธานาธิบดีภายใต้อดีตผู้นำเจียงเจ๋อหมิง เขาถือเป็นผู้นำคนแรกของพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีอายุน้อยที่สุดนับจากสงครามกลางเมือง

สไตล์การปกครองเขาของเป็นที่ได้รับการนับถืออย่างแพร่หลาย ในด้านความสุภาพอ่อนน้อม อีกทั้งยังมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เขาเป็นที่จับตามองต่อนานาประเทศ การบริหารงานของเขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเน้นความสำคัญกับความสามารถทางเทคโนโลยีมากกว่าตัวบุคคล ในตอนท้ายของการดำรงตำแหน่ง หู จิ่นเท่าได้รับเกียรติให้สละตำแหน่งด้วยความสมัครใจ ก่อนที่จะถูกสืบทอดตำแหน่งต่อโดยสี จิ้นผิง

ประวัติช่วงต้นของหู จิ่นเทา

หูจิ่นเทาเกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2485 ในไถโจว มณฑลเจียงซู ครอบครัวของเขาอพยพจากมณฑลจีสี แม้ว่าพ่อของเขาเป็นพ่อค้าชาในไถโจว แต่ครอบครัวก็มีฐานะที่ค่อนข้างยากจน แม่ของเขาเป็นครูและเสียชีวิตเมื่ออายุ 7 ปี ทำให้เขาได้รับการเลี้ยงดูโดยป้า พ่อของเขาถูกประณามในระหว่างการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เห็นได้ชัดว่ามีในอนาคตมันจึงเป็นเหตุผลที่ตัวเขาพยายามอย่างหนักเพื่อล้างชื่อพ่อของตน

หลังจากที่เขาจบการศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมการอนุรักษ์น้ำที่มหาวิทยาลัยซิงหัว หู จิ่นเทาก็ได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ในเดือนเมษายน 1964 ในฐานะวิศวกร ในช่วงปี 1968 เขาได้อาสาให้ไปช่วยทำงานในมณฑลกานซู ช่วยในงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำ Liujiaxia .ใขณะเดียวกันก็ช่วยจัดการกิจการของพรรคในกระทรวงทรัพยากรน้ำและพลังงานไฟฟ้าใน หลังจากนั้นในปี 1969 ถึงปี 1974 ก็ได้เข้ามาทำงานในบริษัท Sinohydro Engineering Bureau ในตำแหน่งวิศวกรอีกครั้งหนึ่ง

การเข้าสู่อาชีพทางการเมือง

ในปี 1973 เขาถูกย้ายไปที่แผนกก่อสร้างของกานซูในฐานะเลขานุการ ปีต่อมาเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าอาวุโส ในปี 1980 เติ้งเสี่ยวผิงได้จัดตั้งโปรแกรมที่เรียกว่า ‘Four Transformations’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการผลิตผู้นำคอมมิวนิสต์อายุน้อยกว่ามีความรู้และเชี่ยวชาญมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการค้นหาสมาชิกพรรคหนุ่มสาวทั่วประเทศมาเข้าร่วมภรรค โดยผู้ว่าการกานซูได้เป็นผู้ที่ค้นพบหู จิ่นเทาว่าเป็นคนที่มีศักยภาพจึงได้เลื่อนตำแหน่งเขาให้ขึ้นเป็นรองหัวหน้าคณะกรรมาธิการ ในขณะที่เหวินเจียเป่าก็เป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จในเวลาเดียวกัน

หู จิ่นเทาทำงานอยู่นานกว่า 2 ปี จนได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ยุวชนสาขากานซู รวมถึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสหพันธ์ยุวชนเยาวชนจีน ส่วนอาจารย์ของเขาถูกย้ายไปที่ปักกิ่งเพื่อไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ด้วยแรงสนับสนุนของ หู เย่าปัง กับ เติ้ง เสี่ยวผิง ทำให้อนาคตของเขาสดใสอย่างมาก หลังจากนั้นอาจารย์ของเขาก็แนะนำเขาต่อให้เรียนต่อในปี 1982 ทำให้เจ้าหน้าที่ของพรรคได้ออกจดหมายเชิญเขาไปปักกิ่งเพื่อศึกษาที่ต่อ Central Party School

ไม่นานหลังจากนั้นเขาถูกย้ายไปยังปักกิ่งเขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหพันธ์เยาวชน อีกสองปีต่อมาหูก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นเลขานุการคนแรกของ CY Central ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นตำแหน่งผู้นำของเขาอย่างแท้จริง นับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็เริ่มไต่เต่าสู่ตำแหน่งที่สูงมากขึ้นจนได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำจีนที่มีชื่อเสียงที่ถูกผู้คนพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งของโลกไม่แพ้กันกับเหมา เจ๋อ ตง