สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

ตั้งแต่ที่มีสังคมมนุษย์กำเนิดขึ้นมา เกิดระบอบการปกครองขึ้นมามากมายระบบ ซึ่งระบอบการปกครองบางประเภทเหมาะแก่การใช้ในสมัยโบราณ โดยหลังจากที่สังคมมนุษย์ได้มีการขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้นเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น จึงทำให้เกิดการปกครองในรูปแบบสมัยใหม่ขึ้นมา ซึ่งการปกครองในแต่ละประเทศนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีรูปแบบการปกครองที่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าสถานการณ์ในประเทศนั้นเป็นเช่นไร และประชาชนยินยอมกับการปกครองในระบอบเช่นไร นับตั้งแต่ในอดีตกาลโบราณ มนุษย์ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ผิดมากมาย ซึ่งมีการบันทึกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เพราะฉะนั้นแล้ว มนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินตามความผิดพลาดในอดีตเสมอไป เพราะการศึกษาอดีตมีไว้เพื่อไม่ทำให้มนุษย์ทำผิดพลาดอีก สำหรับวันนี้เรามาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการปกครองในเวียดนามกันค่ะ

พรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม

สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาโดยถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง เป็นพรรคนิยมลัทธิมากซ์-เลนิน ที่สนับสนุนโดยแนวหน้าปิตุภูมิเวียดนาม ผู้ก่อตั้ง คือ คนดังแห่งเวียดนามในโฮจิมินห์ ร่วมด้วยชาวเวียดนามที่ต้องการลี้ภัยในประเทศจีน มีการประชุมพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในฮ่องกงปี 1929 ซึ่งการประชุมในครั้งนั้นได้มีการตกลงรวมพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน และพรรคคอมมิวนิสต์อันนัม มาด้วยกัน

ขบวนการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความรักชาติ

สำหรับขบวนการคอมมิวนิสต์ในเวียดนามนั้น ถือกำเนิดขึ้นจากความรักชาติของประชาชนชาวเวียดนาม ที่ต้องการรวมตัวกันพร้อมลุกฮือขึ้นต่อสู้กับการต่อต้านปกครองจากประเทศฝรั่งเศส ที่เข้ามาปกครองเวียดนามในปี 1858 โดยชาวเวียดนามมีความเห็นว่า การปกครองของฝรั่งเศสในยุคนั้นเน้นการกดขี่เป็นหลัก เพราะฉะนั้นชาวเวียดนามจึงลุกขึ้นมาต่อต้านระบบการปกครองแบบอาณานิคม

โดยตลอดระยะเวลาที่ขบวนการคอมมิวนิสต์เวียดนามถือกำเนิดขึ้นมา ก็ยังคงมีความขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองในอดีต ในประเทศอยู่บ้างประปราย ทำให้นายโฮจิมินห์ปรับรูปแบบการปกครองด้วยการรับฟัง ยืดหยุ่นและทำให้ทุกกลุ่มสามารถตกลงร่วมกันได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกระดับชั้น รวมทั้งกลุ่มการเมืองอื่นที่มีนโยบายเห็นตรงกันกับพรรคของเขาได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนและลุกขึ้นมาต่อสู้

กระบวนการที่ปลดปล่อยชาติเวียดนาม

การรวมตัวของพรรคคอมมิวนิสต์จากผู้ที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้ามารวมตัวกัน ก็ได้กลายมาเป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ปลดปล่อยชาติเวียดนามหรือเวียงกงได้สำเร็จ ส่วนทางด้านพรรคแรงงานเวียดนาม  ก็เน้นใช้กลยุทธ์, ค่านิยม ทำให้เป็นการปลุกระดมจิตใจชาวเวียดนามลุกขึ้นมาสู้ เพื่อเรียกร้องอิสรภาพของตน สำหรับในส่วนของลัทธิสังคมนิยมในเวียดนาม ก็มีเป้าหมายหลัก คือ การปลดปล่อยประชาชนของตนเองให้เป็นอิสรภาพโดยไม่ได้มีเรื่องของการแข่งขันทางการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมากสักเท่าไหร่นัก และในส่วนของการปฏิรูประบอบสังคมนิยม, ทุนนิยมและการปฏิวัติชนชั้นแรงงานก็ไม่ค่อยมีบทบาทมากในสงครามนี้ แต่เป้าหมายหลักของสังคมลัทธิสังคมนิยมในเวียดนามก็คือ การต่อต้านอาณานิคมที่มาจากนอกประเทศ รวมทั้งการต่อสู้ทางชนชั้น เพื่อปลดปล่อยยกระดับไปสู่สังคมที่ดีขึ้น

สิ่งที่ได้จากเรื่องราวในอดีตครั้งนี้ผู้เขียนคงสามารถสรุปได้ว่า มนุษย์มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีการพัฒนาถอยหลัง ซึ่งสิ่งนี้เป็นกฎของธรรมชาติเพราะฉะนั้นแล้ว จึงไม่มีมนุษย์คนใดที่ชอบถูกกดขี่หรือถูกข่มเหง ถูกพรากอิสรภาพที่สมควรได้ไปจากตน ซึ่งเหตุการณ์นั้นอาจรอเวลาให้เกิดผู้นำผู้กล้าหาญขึ้นมาสัก 1 คน ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์รวมของสัญลักษณ์ของการปลดปล่อย ทำให้ประชาชนกล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง และทำให้ประเทศชาติเจริญต่อไปในอนาคต